ซื้อเครื่องอบมาทำไม?! "สแตนลีย์" งงตับแตก เสื้อผ้า 90% ป้ายบอก "ห้ามอบแห้ง"

2 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

"สแตนลีย์" งงตับแตก เสื้อผ้า 90% ป้ายบอก "ห้ามอบแห้ง" แล้วซื้อเครื่องอบมาทำไม?! 

กลายเป็นประเด็นถกเถียงสุดฮาในโลกออนไลน์ เมื่อดาราดัง "สแตนลีย์" ออกมาโพสต์ตัดพ้อด้วยความสงสัย หลังพบว่าเสื้อผ้าเกือบทั้งตู้ โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ซื้อมาจากญี่ปุ่น มีป้ายกำกับการดูแล (Care Label) ระบุว่า "ห้ามอบแห้ง" สูงถึง 90% จนทำให้เจ้าตัวเกิดความสับสนว่า แล้วซื้อเครื่องอบผ้ามาเพื่ออบอะไรกันแน่?!

เครื่องอบผ้าถือเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านที่หลายคนขาดไม่ได้ เพราะช่วยทุเลาภาระงานบ้านได้อย่างดีเยี่ยม แต่เมื่อเจอป้ายสัญลักษณ์ดูแลเสื้อผ้าเตือนว่า "ห้ามนำเข้าเครื่องอบแห้ง" คุณจะยังกล้าโยนผ้าลงเครื่องอยู่ไหม? ประเด็นนี้กลายเป็นไวรัลขึ้นมาเมื่อคุณ สแตนลีย์ (Stanley) ดารานักแสดงชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อถามความเห็นจากแฟนคลับ

สแตนลีย์ ระบุเมื่อวันที่ 17 ที่ผ่านมาว่า "อยากสอบถามเพื่อนๆ ที่มีเครื่องอบผ้าที่บ้านครับ ถ้าป้ายเสื้อเขียนว่าห้ามอบแห้ง ยินดีจะเอาไปอบกันไหมครับ? ปกติผมเป็นคนทำตามป้ายแนะนำตลอด แต่นี่เล่นเจอว่าเสื้อผ้าประมาณ 90% ในตู้ติดป้ายว่าห้ามอบแห้งหมดเลย! แบบนี้เราซื้อเครื่องอบผ้ามาเพื่อเอาไว้อบอะไรกันแน่เนี่ย?"

เจ้าตัวยังเสริมอีกว่า โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ซื้อมาจากประเทศญี่ปุ่น แทบทุกตัวจะมีป้ายเตือนห้ามอบแห้งทั้งนั้น จนทำให้เขานึกถึงรายการยอดฮิตอย่าง 'Until the T-shirt Dries' แล้วอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า คนญี่ปุ่นเขาเอาอะไรไปอบกันที่ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ พร้อมยอมรับตรงๆ ว่าปัญหานี้สร้างความปวดหัวให้เขามานานแล้ว


ชาวเน็ตแตกเป็น 2 ฝ่าย: สายลุย "ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่รอด" VS สายทำตามกฎ

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตและผู้ใช้งานเครื่องอบผ้าเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม จนเกิดเป็น 2 กระแสหลักอย่างชัดเจน:

1. ทีมสายลุย (โยนหมดไม่สนลูกใคร)

ชาวเน็ตสายนี้เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก โดยมองว่าสัญลักษณ์เตือนเป็นเพียงข้อความป้องกันความรับผิดชอบของแบรนด์เท่านั้น พร้อมทิ้งประโยคเด็ดสร้างเสียงหัวเราะไว้มากมาย เช่น:

  • "ป้ายพวกนั้นก็แค่ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบของแบรนด์แหละ ถ้าอบพังเขาจะได้ไม่ต้องเคลม..."
  • "บ้านนี้ใช้หลัก 'ทฤษฎีวิวัฒนาการ (ผู้ที่เหมาะสมเท่านั้นจึงจะรอด)' ครับ จับโยนอบหมด ตัวไหนหดตัวไหนพัง แสดงว่าน้องไม่มีบุญพอจะได้อยู่บ้านนี้ต่อ!"
  • "เสื้อนิตติ้ง เสื้อไหมพรม กับชุดว่ายน้ำจะไม่นำไปอบ นอกนั้นยัดลงเครื่องหมดครับ"
  • "เสื้อผ้าราคาถูกจับอบหมด เสื้อผ้าราคาแพงค่อยทำตามป้าย"
  • "เสื้อผ้าที่มีเปอร์เซ็นต์ผ้าฝ้าย (Cotton) สูงอย่าหาทำเด็ดขาด ไม่งั้นจากเสื้อผู้ใหญ่กลายเป็นเสื้อเด็กแน่นอน!"

2. เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญร้านซักแห้ง

ท่ามกลางความคิดเห็นสุดฮา ก็มีชาวเน็ตรายหนึ่งที่ระบุว่าครอบครัวเปิดร้านซักแห้ง เข้ามาให้ความรู้ทางเทคนิคไว้อย่างน่าสนใจว่า:

"จากประสบการณ์ของร้านซักแห้งที่บ้านผม จริงๆ แล้วไม่ได้หมายความว่าผ้าชนิดนั้นจะไม่สามารถผ่านความร้อนจากการอบได้เลย เพียงแต่ 'ห้ามอบตั้งแต่ตอนที่ผ้ายังเปียกโฮก' แนะนำให้แขวนตากลมไว้สัก 2-3 ชั่วโมงพอให้ผ้าหมาดๆ แล้วค่อยนำเข้าเครื่องอบ วิธีนี้นอกจากจะช่วยถนอมเส้นใยผ้าไม่ให้หดหรือพังง่ายแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้เยอะมากครับ"

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปก็ได้ออกมาเตือนปิดท้ายว่า หากเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าละเอียดอ่อน อ่อนไหวต่อความร้อน หรือมีราคาแพง การปฏิบัติตามสัญลักษณ์คำแนะนำบนป้ายเสื้อ (Care Label) ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยืดอายุการใช้งานและป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าตัวโปรดเสียหายก่อนเวลาอันควร

เรียบเรียงภาษาไทยสำหรับ Sanook
อ้างอิงข้อมูลข่าวจาก: CTWANT / Facebook: 史丹利 (Stanley)
ภาพประกอบ: Pexels (ภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)
Read Entire Article