ชนิดไหนเสี่ยงมะเร็งที่สุด? เปิดความจริง "เครื่องปรุง" ที่หลายคนอาจใช้ผิดวิธี!

1 hour ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

เครื่องปรุงชนิดไหนเสี่ยงมะเร็งที่สุด? เปิดความจริงเรื่อง “เครื่องปรุงในครัว” ที่หลายคนอาจใช้ผิดวิธี

หลายคนอาจเคยกังวลว่าเครื่องปรุงบางชนิด เช่น น้ำปลา ซอสปรุงรส หรือซอสหอยนางรม อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องปรุงเพียงชนิดเดียว แต่อยู่ที่ปริมาณการใช้ วิธีเก็บรักษา และพฤติกรรมการบริโภคในระยะยาวมากกว่า

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า เครื่องปรุงที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไป หากผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและรับประทานในปริมาณเหมาะสม ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคมะเร็ง แต่มีเครื่องปรุงและวัตถุดิบบางประเภทที่อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ หากใช้หรือเก็บรักษาไม่ถูกต้อง

น้ำปลาไม่ได้เป็น “เครื่องปรุงก่อมะเร็ง” อย่างที่หลายคนเข้าใจ

น้ำปลาเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงที่มักถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัย โดยบางคนกังวลว่ากระบวนการหมักหรือสารที่เกิดจากความร้อนอาจเกี่ยวข้องกับสารก่อมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม น้ำปลาที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดส่วนใหญ่ผ่านการควบคุมมาตรฐานการผลิต ประกอบด้วยน้ำปลา เกลือ และสารประกอบจากกระบวนการหมักตามที่กฎหมายกำหนด การใช้น้ำปลาในปริมาณเล็กน้อยเพื่อปรุงอาหารทั่วไป ไม่ได้มีหลักฐานว่าทำให้เกิดมะเร็งโดยตรง

สิ่งที่ควรระวังมากกว่าคือ ปริมาณโซเดียม เพราะการบริโภคอาหารเค็มจัดเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารในบางกลุ่ม

3 เครื่องปรุงและพฤติกรรมในครัวที่ควรระวัง

1. เครื่องเทศแห้งที่เก็บไว้นานและขึ้นรา

เครื่องเทศแห้ง เช่น อบเชย โป๊ยกั๊ก พริกแห้ง พริกไทย หรือใบกระวาน เป็นวัตถุดิบที่หลายบ้านซื้อตุนไว้ใช้เป็นเวลานาน แต่หากเก็บไว้ในบริเวณที่มีความชื้น ใกล้เตาไฟ หรือสัมผัสไอน้ำจากการทำอาหาร อาจเกิดเชื้อราได้

ปัญหาสำคัญคือ เชื้อราบางชนิดสามารถสร้างสารพิษที่เรียกว่า อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งองค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) จัดให้อยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งในมนุษย์ โดยเฉพาะมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งตับ

แม้บางครั้งจะเห็นเพียงเชื้อราบางส่วนบนผิวด้านนอก แต่สารพิษอาจกระจายเข้าไปในวัตถุดิบแล้ว การนำไปตากแดด ล้าง หรือปรุงด้วยความร้อนทั่วไป อาจไม่สามารถกำจัดสารพิษได้ทั้งหมด ดังนั้น หากพบกลิ่นผิดปกติ มีเชื้อรา หรือชื้นมาก ควรทิ้งทั้งถุง

2. ซอสหมักและน้ำจิ้มที่มีโซเดียมสูง

หลายคนเลือกใช้ซอสหมัก เช่น เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว ซอสถั่วเหลือง หรือเต้าหู้ยี้ แทนการเติมเกลือ เพราะเชื่อว่าเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่เครื่องปรุงกลุ่มนี้มักมีปริมาณโซเดียมสูงเช่นกัน

การรับประทานอาหารเค็มจัดเป็นประจำ อาจทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารถูกระคายเคือง และมีข้อมูลทางการแพทย์ที่เชื่อมโยงระหว่างการได้รับเกลือในปริมาณสูงกับความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย

ดังนั้น การใช้ซอสปรุงรสควรอยู่ในปริมาณเหมาะสม และควรอ่านฉลากโภชนาการเพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำกว่า รวมถึงลดการเติมเกลือเพิ่มเติมในอาหาร

3. น้ำซุปเก่าหรือน้ำหมักที่เก็บและใช้ซ้ำหลายครั้ง

บางครอบครัวมีความเชื่อว่าน้ำซุปที่เคี่ยวไว้นาน หรือเก็บน้ำซุปเดิมกลับมาใช้ซ้ำ จะยิ่งทำให้อาหารมีรสชาติเข้มข้นขึ้น แต่การเก็บรักษาและอุ่นซ้ำหลายครั้งอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารได้

เมื่ออาหารประเภทเนื้อสัตว์ถูกเก็บไว้นาน หรือผ่านกระบวนการอุ่นซ้ำหลายรอบ อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบบางชนิด รวมถึงความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ หากควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาเก็บรักษาไม่เหมาะสม

จึงไม่ควรเก็บน้ำซุปไว้เป็นเวลานานหลายสัปดาห์หรือใช้ซ้ำโดยไม่ผ่านการจัดเก็บอย่างถูกสุขลักษณะ ควรแบ่งเก็บในภาชนะสะอาด แช่เย็นหรือแช่แข็งอย่างเหมาะสม และหากมีกลิ่นเปรี้ยว มีฟอง หรือมีลักษณะผิดปกติ ควรทิ้งทันที

ไม่มีเครื่องปรุงชนิดไหน “ดีหรือร้าย” เพียงอย่างเดียว

ความจริงแล้ว เครื่องปรุงทุกชนิดมีบทบาทในการเพิ่มรสชาติอาหาร สิ่งสำคัญคือการใช้ให้เหมาะสม ไม่มากเกินไป และเก็บรักษาอย่างถูกวิธี

สำหรับเครื่องเทศแห้ง ควรซื้อในปริมาณที่ใช้หมดได้ ไม่เก็บไว้นานเกินไป และเก็บในภาชนะปิดสนิทในที่แห้งและอากาศถ่ายเท หากพบเชื้อราควรทิ้ง ไม่ควรนำส่วนที่เสียออกแล้วใช้ต่อ

ส่วนซอสและเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ควรควบคุมปริมาณการใช้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียม เช่น ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือโรคไต ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเกี่ยวกับปริมาณที่เหมาะสม

การดูแลสุขภาพไม่ได้หมายถึงการต้องเลิกใช้เครื่องปรุงทั้งหมด แต่คือการเลือกวัตถุดิบที่ปลอดภัย ใช้ในปริมาณพอดี และสร้างสมดุลในอาหารแต่ละมื้อ

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านสุขภาพ ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญได้

 

Read Entire Article