7 ของใกล้ตัวที่ไม่ควรเข้าไมโครเวฟ บางอย่างอุ่นทุกวัน อาจทำเครื่องพังไม่รู้ตัว
เช็ก 7 สิ่งที่ไม่ควรใส่ไมโครเวฟ ทั้งไข่ทั้งฟอง กล่องพลาสติก ฟอยล์ และภาชนะปิดสนิท เสี่ยงระเบิด ไฟไหม้ พร้อมวิธีใช้งานให้ปลอดภัย
ไมโครเวฟเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทบทุกบ้านมีติดครัว เพราะช่วยอุ่นอาหารให้ร้อนพร้อมรับประทานได้ภายในไม่กี่นาที แต่รู้หรือไม่ว่า ไม่ใช่อาหารหรือภาชนะทุกชนิดที่จะนำเข้าไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย บางอย่างอาจทำให้เกิดประกายไฟ อาหารระเบิดกระจาย หรือร้ายแรงถึงขั้นทำให้เครื่องเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ได้
หลายคนอาจเคยชินกับการนำกล่องอาหารที่เพิ่งสั่งมาส่งเข้าไมโครเวฟทั้งกล่อง หรือหยิบอาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็นมาอุ่นโดยไม่ตรวจสอบภาชนะก่อน ซึ่งพฤติกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้อาจกลายเป็นอันตรายโดยไม่รู้ตัว มาดูกันว่า 7 สิ่งที่ไม่ควรใส่ไมโครเวฟ มีอะไรบ้าง และควรใช้งานอย่างไรจึงจะปลอดภัย
1. ไข่ทั้งฟอง เสี่ยงระเบิดแม้ปอกเปลือกแล้ว
ใครที่ชอบนำไข่ต้มทั้งฟองเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นให้ร้อน ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะไข่เป็นหนึ่งในอาหารที่มีโอกาสเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อนจากไมโครเวฟ
สาเหตุเกิดจากความร้อนทำให้น้ำภายในไข่กลายเป็นไอน้ำและสะสมแรงดัน หากไม่มีช่องทางให้ไอน้ำระบายออก ไข่อาจแตกหรือระเบิดจนไข่ขาวและไข่แดงกระเด็นไปทั่วเครื่อง ที่สำคัญ ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะไข่ดิบที่ยังมีเปลือกเท่านั้น แต่ไข่ต้มที่ปอกเปลือกแล้วก็อาจเกิดปัญหาได้เช่นกัน
บางกรณีไข่อาจไม่ได้ระเบิดขณะอยู่ในเครื่อง แต่กลับแตกอย่างรุนแรงหลังนำออกมาแล้ว เช่น ระหว่างใช้มีดหั่นหรือกัดเข้าไป ทำให้เกิดอันตรายจากอาหารร้อนลวกผิวหนังและใบหน้า
วิธีที่ปลอดภัย: หลีกเลี่ยงการอุ่นไข่ทั้งฟอง หากต้องการปรุงไข่ด้วยไมโครเวฟ ควรตอกไข่ใส่ภาชนะที่ใช้กับไมโครเวฟได้ เจาะไข่แดงและไข่ขาวเพื่อให้ไอน้ำระบายออก และปฏิบัติตามคำแนะนำในการปรุงอาหารอย่างเหมาะสม
2. กล่องพลาสติกใส่อาหารเดลิเวอรี ไม่ใช่ทุกกล่องจะทนความร้อน
หลังสั่งอาหารเดลิเวอรี หลายคนมักนำกล่องพลาสติกเข้าไมโครเวฟทันที เพราะสะดวกและไม่ต้องเสียเวลาล้างจานเพิ่ม แต่ความจริงแล้ว กล่องพลาสติกที่ใช้บรรจุอาหารไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทนความร้อนจากไมโครเวฟทุกชนิด
กล่องพลาสติกบางประเภทอาจอ่อนตัว บิดเบี้ยว หรือหลอมละลายเมื่อสัมผัสความร้อนสูง นอกจากนี้ หากใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสมกับการอุ่นอาหาร ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงที่สารบางชนิดจากบรรจุภัณฑ์จะเคลื่อนย้ายเข้าสู่อาหารได้
สิ่งที่ต้องจำคือ แม้กล่องพลาสติกจะดูหนา แข็งแรง หรือเคยใช้ใส่อาหารร้อนมาแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำเข้าไมโครเวฟได้เสมอไป เพราะความสามารถในการทนความร้อนขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุและข้อกำหนดของผู้ผลิต
วิธีที่ปลอดภัย: ตรวจสอบว่าภาชนะมีสัญลักษณ์หรือข้อความ Microwave Safe หรือไม่ หากไม่แน่ใจ ควรย้ายอาหารใส่จานเซรามิกหรือภาชนะแก้วที่ระบุว่าใช้กับไมโครเวฟได้ก่อนนำไปอุ่น
3. หม้อสเตนเลส ชามโลหะ เสี่ยงเกิดประกายไฟในเครื่อง
บางบ้านนิยมเก็บอาหารที่เหลือไว้ในหม้อสเตนเลสแล้วนำเข้าตู้เย็น เมื่อถึงเวลารับประทานก็อาจเผลอยกหม้อทั้งใบเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นอาหาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับไมโครเวฟทั่วไป
เนื่องจากโลหะสามารถสะท้อนคลื่นไมโครเวฟ ทำให้อาหารได้รับความร้อนไม่สม่ำเสมอ และในบางสภาวะ โดยเฉพาะเมื่อภาชนะมีขอบแหลม อยู่ใกล้ผนังเครื่อง หรือสัมผัสกับส่วนประกอบโลหะอื่น อาจเกิดการอาร์กหรือประกายไฟฟ้าได้
ประกายไฟที่เกิดขึ้นอาจทำให้ผนังด้านในไหม้เสียหาย และหากมีเศษอาหารหรือวัสดุไวไฟอยู่ภายใน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้
วิธีที่ปลอดภัย: ไม่ควรนำหม้อสเตนเลส ชามโลหะ ช้อน หรือภาชนะที่มีส่วนประกอบเป็นโลหะเข้าไมโครเวฟ เว้นแต่คู่มือเครื่องระบุว่าสามารถใช้งานได้ในเงื่อนไขเฉพาะ หากต้องการอุ่นอาหารในหม้อ ควรอุ่นบนเตาตามปกติ หรือเปลี่ยนไปใช้ภาชนะที่เหมาะสมกับไมโครเวฟ
4. ไส้กรอกที่ยังอยู่ในบรรจุภัณฑ์หรือมีผิวหุ้มแน่น
ไส้กรอกเป็นอาหารที่หลายคนเลือกนำมาอุ่นด้วยไมโครเวฟ เพราะใช้เวลาไม่นาน แต่หากนำไส้กรอกที่ยังอยู่ในห่อพลาสติกปิดสนิทเข้าเครื่อง หรืออุ่นไส้กรอกที่มีผิวหุ้มแน่นโดยไม่เปิดช่องระบายไอน้ำ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้
เมื่อไส้กรอกได้รับความร้อน ไอน้ำภายในจะขยายตัว หากระบายออกไม่ได้ก็อาจทำให้ไส้กรอกพองตัวและปริแตก ส่งผลให้เศษเนื้อและน้ำมันกระเด็นเลอะภายในเครื่อง
แม้การปริแตกของไส้กรอกส่วนใหญ่จะไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำให้ไมโครเวฟเสียหายทันที แต่คราบไขมันและเศษอาหารที่สะสมอยู่ภายใน หากไม่ได้ทำความสะอาดก็อาจก่อให้เกิดกลิ่นไหม้หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดควันในภายหลัง
วิธีที่ปลอดภัย: แกะบรรจุภัณฑ์ที่ไม่รองรับไมโครเวฟออกก่อนเสมอ และอุ่นตามคำแนะนำบนฉลากอาหาร หากไส้กรอกมีผิวหุ้มแน่น ควรเจาะหรือบากเล็กน้อยตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยระบายไอน้ำ
5. แก้วน้ำที่อุ่นนานเกินไป ระวังน้ำเดือดพุ่งใส่หน้า
หลายคนใช้ไมโครเวฟต้มน้ำสำหรับชงกาแฟหรือเครื่องดื่มร้อน โดยไม่รู้ว่าการอุ่นน้ำเป็นเวลานานเกินไปอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Superheating หรือภาวะน้ำร้อนเกินจุดเดือดได้
ปรากฏการณ์นี้อาจเกิดขึ้นเมื่อน้ำถูกอุ่นอยู่ในภาชนะที่มีพื้นผิวเรียบมาก ทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดแต่ยังไม่ปรากฏฟองเดือดอย่างชัดเจน เมื่อมีการเคลื่อนย้ายแก้ว คนเครื่องดื่ม หรือเติมผงกาแฟลงไป น้ำอาจเดือดพุ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน
อันตรายสำคัญคือ น้ำร้อนอาจกระเด็นถูกมือ ใบหน้า หรือดวงตา จนทำให้เกิดแผลลวกได้ โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้ยืนอยู่ใกล้ภาชนะมากเกินไป
วิธีที่ปลอดภัย: หลีกเลี่ยงการอุ่นน้ำเกินเวลาที่คู่มือแนะนำ และระมัดระวังขณะนำแก้วออกจากเครื่อง หากต้องการต้มน้ำเป็นประจำ การใช้กาต้มน้ำไฟฟ้าที่ออกแบบมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะอาจสะดวกและเหมาะสมกว่า
6. อะลูมิเนียมฟอยล์ห่ออาหาร เสี่ยงประกายไฟและไฟไหม้
อะลูมิเนียมฟอยล์เป็นวัสดุที่นิยมใช้ห่ออาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ปลา หรืออาหารอบต่าง ๆ แต่หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าสามารถนำฟอยล์เข้าไมโครเวฟได้เหมือนกับการใช้ในเตาอบทั่วไป
ความจริงแล้ว อะลูมิเนียมฟอยล์เป็นโลหะที่สามารถสะท้อนคลื่นไมโครเวฟได้ หากฟอยล์มีรอยยับ มีขอบแหลม หรืออยู่ใกล้ผนังเครื่อง ก็อาจเกิดประกายไฟฟ้าขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเศษกระดาษหรือวัสดุที่ติดไฟง่ายอยู่ใกล้เคียง
แม้ไมโครเวฟบางรุ่นอาจอนุญาตให้ใช้ฟอยล์ในปริมาณเล็กน้อยและภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำอาหารที่ห่อฟอยล์ทั้งชิ้นเข้าเครื่องได้ตามปกติ
วิธีที่ปลอดภัย: แกะอะลูมิเนียมฟอยล์ออกก่อนนำอาหารเข้าไมโครเวฟ หากคู่มือเครื่องไม่ได้อนุญาตให้ใช้ฟอยล์โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันประกายไฟและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
7. กล่องแก้วที่ปิดฝาสนิท เสี่ยงแรงดันสะสมจนฝากระเด็น
กล่องแก้วเป็นภาชนะที่หลายคนนิยมใช้เก็บอาหารในตู้เย็น เพราะทำความสะอาดง่ายและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แต่การนำกล่องแก้วที่ปิดฝาล็อกแน่นเข้าไมโครเวฟ อาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน
เมื่ออาหารภายในได้รับความร้อน ไอน้ำจะเริ่มสะสม หากฝากล่องถูกปิดสนิทจนไม่มีช่องระบาย แรงดันภายในอาจเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ฝาหลุดกระเด็นหรือภาชนะได้รับความเสียหาย
นอกจากนี้ ยังต้องระวังเรื่องคุณสมบัติของแก้ว เพราะไม่ใช่ภาชนะแก้วทุกชนิดจะเหมาะกับไมโครเวฟ โดยเฉพาะแก้วที่มีรอยร้าว บิ่น หรือไม่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้
วิธีที่ปลอดภัย: ใช้กล่องแก้วที่มีสัญลักษณ์ Microwave Safe และเปิดฝาหรือปลดล็อกฝาตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อให้ไอน้ำระบายออกได้ หากต้องการปิดครอบอาหาร ควรใช้ฝาครอบที่ออกแบบสำหรับไมโครเวฟโดยเฉพาะ
ไมโครเวฟมีประกายไฟหรือควันออกมา ควรทำอย่างไร?
หากกำลังอุ่นอาหารแล้วพบว่าไมโครเวฟมีประกายไฟ ได้ยินเสียงผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือมีควันออกมา สิ่งสำคัญคือต้องตั้งสติและหยุดใช้งานทันที โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้
- หยุดการทำงานทันที: กดปุ่มหยุดหรือปิดเครื่อง อย่าปล่อยให้เครื่องทำงานต่อเพื่อรอดูว่าอาการจะหายไปเองหรือไม่
- หากมีเปลวไฟ ให้ปิดประตูเครื่องไว้: ไม่ควรรีบเปิดประตู เพราะอากาศที่เข้าไปอาจทำให้ไฟลุกแรงขึ้น
- ตัดกระแสไฟหากทำได้อย่างปลอดภัย: ถอดปลั๊กหรือปิดเบรกเกอร์โดยไม่เข้าใกล้บริเวณที่มีอันตราย
- อย่าสาดน้ำเข้าเครื่อง: เพราะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าช็อต
- ตรวจสอบเครื่องก่อนใช้งานอีกครั้ง: หากมีรอยไหม้ ประกายไฟรุนแรง หรือกลิ่นผิดปกติ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ หากเกิดเพลิงไหม้ที่ควบคุมไม่ได้ ให้รีบออกจากพื้นที่และโทรแจ้งดับเพลิง 199
สรุป ใช้ไมโครเวฟอย่างไรให้ปลอดภัย?
ไมโครเวฟเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหารได้มาก แต่การใช้งานอย่างปลอดภัยจำเป็นต้องใส่ใจทั้งประเภทอาหาร ภาชนะที่ใช้ และระยะเวลาในการอุ่น โดยเฉพาะ 7 สิ่งที่ไม่ควรใส่ไมโครเวฟ ได้แก่ ไข่ทั้งฟอง กล่องพลาสติกที่ไม่รองรับไมโครเวฟ ภาชนะโลหะ ไส้กรอกที่มีห่อหรือผิวหุ้มแน่น น้ำที่ถูกอุ่นนานเกินไป อะลูมิเนียมฟอยล์ และภาชนะที่ปิดฝาสนิท
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของทั้ง 7 ประเภทจะก่ออันตรายทุกครั้งที่ใช้งาน เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับลักษณะของอาหาร ภาชนะ และวิธีใช้ด้วย ทางที่ดีควรตรวจสอบสัญลักษณ์ Microwave Safe อ่านคำแนะนำจากผู้ผลิต และทำความสะอาดภายในเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในครัว
- 4 อุปกรณ์ "ดูดไฟเงียบ" ปิดสวิตช์แล้วแต่ "เงินยังรั่ว" ตลอด 24 ชั่วโมง
- 4 ส่วนผสม ที่ควรเติมลงใน "น้ำดื่ม" เพื่อช่วยขับสารพิษ-เผาไขมันเลว ตื่นมาพุงยุบ!


4 hours ago
1




English (US) ·