เตรียมเปิดพาวิลเลียนถาวร “Made in Russia” ในกรุงเทพฯ รัสเซียและไทยเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการค้า
ศูนย์ส่งออกรัสเซีย (Russian Export Center: REC) ได้นำเสนอแบรนด์สินค้ารัสเซียสู่ตลาดไทยในงานฟอรัมการลงทุนรัสเซีย–ไทย ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30–31 ตุลาคม 2026 ณ ศูนย์การประชุมของโรงแรม Royal Orchid Sheraton ในกรุงเทพฯ
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ในฐานะพันธมิตรหลักของงาน REC ได้จัดพื้นที่จัดแสดงสินค้าขนาด 300 ตารางเมตร โดยรวบรวมบริษัทจาก 12 ภูมิภาคของรัสเซียไว้ภายใต้แบรนด์ระดับชาติ “Made in Russia” ภายในพื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วยโซนจัดแสดงสินค้า พื้นที่สำหรับทดลองชิมผลิตภัณฑ์ และพื้นที่เฉพาะสำหรับการเจรจาธุรกิจ ซึ่งรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
การนำเสนอสินค้าในกรุงเทพฯ ครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรกสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคือการเปิดพาวิลเลียนแห่งชาติ “Made in Russia” แบบถาวรในประเทศไทย ซึ่งจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายพาวิลเลียนแห่งชาติรัสเซียในต่างประเทศของ REC ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันพาวิลเลียนดังกล่าวเปิดดำเนินการแล้วในจีน เวียดนาม ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน และอียิปต์ รวมถึงอินเดีย ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2026 ทั้งนี้ สภาธุรกิจรัสเซีย–ไทย และ REC ได้ลงนามข้อตกลงจัดตั้งพาวิลเลียนในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกันยายน 2026

ไม่ได้มีเพียงการท่องเที่ยว: มุ่งกระจายความหลากหลายทางการค้า
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับไทยมีการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียถือเป็นกลุ่มนักเดินทางที่คุ้นเคยกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการค้าระหว่างสองประเทศกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตามข้อมูลที่ The Nation รายงาน มูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียกับไทยในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2026 มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับ 1.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม สินค้าอุปโภคบริโภคยังมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยในมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ โครงการ “Made in Russia” จึงมีเป้าหมายที่จะช่วยปรับเปลี่ยนสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้จัดจำหน่าย ผู้ประกอบการค้าปลีก และผู้ซื้อชาวไทยได้รู้จักผลิตภัณฑ์จากรัสเซียมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารและขนมหวาน เครื่องสำอาง สินค้าสำหรับเด็ก ตลอดจนโซลูชันดิจิทัล
ขณะเดียวกัน โครงการยังมุ่งสนับสนุนผู้ผลิตจากรัสเซียให้เข้าใจข้อกำหนดของตลาดไทย ทั้งในด้านการรับรองมาตรฐานสินค้า โลจิสติกส์ และช่องทางการจัดจำหน่าย
ในการเปิดงาน อีวาน เดมเชนโก ประธานสภาธุรกิจรัสเซีย–ไทย ได้กล่าวถึงทิศทางการทำงานตลอดสองวัน โดยเรียกร้องให้ผู้เข้าร่วมมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
“รัสเซียและไทยได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจบทใหม่แล้ว แต่ยุคใหม่ไม่ได้เริ่มต้นจากบันทึกความเข้าใจ หากเริ่มต้นจากการทำข้อตกลงทางธุรกิจ หลักการของผมเรียบง่ายมาก หากไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คำพูดก็ย่อมไม่มีความหมาย ผมขอให้ทุกท่านเปิดใจรับฟังและพร้อมร่วมมือกันตลอดสองวันนี้ โดยมุ่งมั่นไปสู่การบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม” เขากล่าว

ภายในโซน “Made in Russia”
โซน “Made in Russia” ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ครบวงจร ซึ่งผู้เข้าชมชาวไทยสามารถทดลองผลิตภัณฑ์ ชมสินค้าอย่างใกล้ชิด และต่อยอดไปสู่การเจรจาธุรกิจได้ภายในพื้นที่เดียวกัน
ตลอดทั้งสองวัน พื้นที่จัดกิจกรรมชิมผลิตภัณฑ์ได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานด้วยสินค้าจากผู้ผลิตอาหารรัสเซีย 13 ราย ผู้ประกอบการชาวไทยและผู้เข้าร่วมฟอรัมได้ทดลองชิมขนมหวานภายใต้แบรนด์ “Made in Russia” โดยบริษัท BRPІ ได้นำเสนอไอศกรีมแบรนด์ BrandIce ขณะที่บริษัท “Belevskaya Pastila” ได้นำเสนอพาสติลลาแอปเปิลสูตรเฉพาะของบริษัท ซึ่งเป็นขนมหวานดั้งเดิมของรัสเซีย
ส่วนบริษัท “Altai Bouquet” ได้นำชาสมุนไพรมาแนะนำให้ผู้เข้าชมได้รู้จัก นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้ทดลองชิมและเลือกชม ไม่ว่าจะเป็นน้ำผึ้ง ป๊อปคอร์น ธัญพืช ซีเรียล และขนมขบเคี้ยว
ภายในบูธจัดแสดงยังมีบริษัทชั้นนำจากรัสเซียเข้าร่วม อาทิ LEBER ผู้ผลิตสนามเด็กเล่นและอุปกรณ์สำหรับพื้นที่เล่นของเด็ก บริษัท Arnest Yunirus ซึ่งนำเสนอแบรนด์เครื่องสำอาง “Barkhatnye Ruchki”, “Chyorny Zhemchug”, Crystal Purity และ Feel Moment รวมถึงบริษัท Nevskaya Palitra ผู้ผลิตวัสดุและอุปกรณ์ศิลปะ
นอกจากนี้ บริษัท Riki ยังได้นำเสนอฟิกเกอร์สะสมรุ่นลิมิเต็ดของตัวการ์ตูน “Smeshariki” และตุ๊กตา Cheburashka ที่ผลิตด้วยมือ
นิทรรศการเฉพาะด้านยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้รู้จักเครื่องสำอางรัสเซีย ของเล่น ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ขณะที่บริษัท 1C ได้นำเสนอซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการธุรกิจ
ส่วนกลุ่มบริษัทโลจิสติกส์ FESCO และบริษัทอุตสาหกรรมโลหะวิทยา Novostal ได้นำเสนอบริการและแค็ตตาล็อกผลิตภัณฑ์ของตนแก่ผู้เข้าร่วมงาน

จากการทดลองชิมสู่การเจรจาธุรกิจ
หัวใจสำคัญของพื้นที่จัดแสดงแห่งนี้คือการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ทางธุรกิจ นอกเหนือจากโต๊ะเจรจาที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานใช้บริการแล้ว ยังมีห้องประชุมเจรจาธุรกิจแยกเป็นสัดส่วน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตจากรัสเซียได้พบปะหารือกับผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการค้าปลีกจากไทยเป็นการส่วนตัว
มีบริษัทไทยเข้าร่วมการเจรจาธุรกิจทั้งหมด 26 บริษัท โดยตลอดระยะเวลาสองวันของงาน สามารถจัดการประชุมเจรจาธุรกิจแบบ B2B ได้มากกว่า 100 ครั้ง
พาวิลเลียนในฐานะ “โรงงานสร้างโครงการธุรกิจ”
พาวิลเลียนแห่งชาติที่จะจัดตั้งขึ้นในอนาคตกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการอภิปรายภายในโปรแกรมธุรกิจของฟอรัม
ในการประชุมหัวข้อ “Made in Russia และแพลตฟอร์มการค้ารัสเซีย–ไทย: การวางรากฐานความร่วมมือระยะยาว” ซึ่งจัดขึ้นร่วมกันโดย REC และสภาธุรกิจรัสเซีย–ไทย ผู้เข้าร่วมได้หารือเกี่ยวกับปัจจัยขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระยะยาวระหว่างสองประเทศ
วิทยากรได้อธิบายถึงบทบาทของพาวิลเลียนในกรุงเทพฯ ที่กำลังจะเปิดดำเนินการ โดยมองว่าไม่ใช่เพียงโชว์รูมสำหรับจัดแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน “โรงงานสร้างโครงการธุรกิจ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางถาวรในการเชื่อมโยงการส่งออกของรัสเซียเข้ากับการลงทุนจากไทย และเป็นพื้นที่ที่ช่วยเปลี่ยนการติดต่อทางธุรกิจเบื้องต้นจากการพบปะในงานฟอรัมให้กลายเป็นความร่วมมือและการจัดส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่ม REC ยังได้เข้าร่วมการประชุมในหัวข้ออื่น ๆ ของฟอรัมด้วย โดยได้หารือเกี่ยวกับเครื่องมือสำหรับการชำระเงินและการทำธุรกรรมระหว่างสองประเทศ รวมถึงโซลูชันดิจิทัลและระบบการชำระเงิน “Planeta” ตลอดจนกลไกการให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกและการประกันความเสี่ยงด้านการลงทุน ซึ่งเป็นเครื่องมือสนับสนุนโครงการความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับไทย
เสียงสะท้อนจากวิทยากรและผู้เข้าร่วมงาน
ฟอรัมครั้งนี้รวบรวมนักการทูตระดับสูง ผู้แทนภาครัฐ และผู้แทนภาคธุรกิจจากทั้งสองประเทศ โดยสารสำคัญที่ทุกฝ่ายสะท้อนร่วมกันคือ ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสองประเทศให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม
เยฟเกนี โตมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เรียกร้องให้เร่งรัดการดำเนินงาน พร้อมชี้ให้เห็นว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทั้งสองประเทศในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า
“ผมอยากเห็นเร่งเพิ่มความพยายามในการขจัดอุปสรรคทั้งหมด” เขากล่าว
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงฟอรัมครั้งนี้ในบริบทของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยไทยและรัสเซียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในปี 1897 และในปี 2027 จะครบรอบ 130 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูต ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ และมอสโกจะร่วมฉลองครบรอบ 30 ปีของความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องด้วย
“ในระดับรัฐ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศได้รับการสถาปนาขึ้นในปี 1897 ดังนั้นในปีหน้าเราจะร่วมฉลองครบรอบ 130 ปี” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าว
เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ได้ส่งสารแสดงความยินดีและคำกล่าวต้อนรับมายังผู้เข้าร่วมงาน โดยลุดมิลา โวโรบโยวา ผู้อำนวยการกรมเอเชียที่ 3 กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เป็นผู้อ่านสารดังกล่าว
“ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับไทยตั้งอยู่บนรากฐานที่มั่นคงของความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ผมเชื่อมั่นว่าฟอรัมครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมโครงการด้านการลงทุนและกระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติในหลากหลายมิติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” เนื้อหาในสารระบุ
ก้าวต่อไป: จากเวทีฟอรัมสู่การมีสถานที่ถาวรในกรุงเทพฯ
ผลลัพธ์จากฟอรัมในกรุงเทพฯ ครั้งนี้จะไม่สิ้นสุดลงเพียงภายในพื้นที่จัดแสดงสินค้า โดยตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่เข้าร่วมงานทั้ง 21 แห่ง จะถูกนำไปจัดแสดงต่อที่พาวิลเลียน “Made in Russia” แบบถาวรในกรุงเทพฯ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการถาวรและได้รับการส่งเสริมการตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ของเล่นสะสมจากบริษัท Riki ก็จะเริ่มวางจำหน่ายภายในพาวิลเลียนแห่งนี้ด้วย
ในโอกาสก่อนการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียกับไทย พาวิลเลียนแห่งนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสองประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางถาวรในกรุงเทพฯ ที่ภาคธุรกิจไทยสามารถเข้าพบผู้ผลิตจากรัสเซีย ชมและประเมินผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเปลี่ยนการติดต่อทางธุรกิจครั้งแรกให้กลายเป็นความร่วมมือทางการค้าในระยะยาว

3 hours ago
1





English (US) ·