พ่อญี่ปุ่นเลี้ยงลูก 3 คนลำพัง หลังอดีตภรรยาทิ้งไปอยู่กับชายชู้ ก่อนพบความจริงช็อก เลี้ยงลูกชู้มาตลอด
คดีครอบครัวในญี่ปุ่นกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อชายวัยประมาณ 40 ปี ต้องเลี้ยงลูก 3 คนเพียงลำพัง หลังแยกทางกับภรรยา ก่อนพบความจริงสุดเจ็บปวดในอีกหลายปีต่อมาว่า ลูกคนเล็กไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเขาเลย
แม้ความจริงที่พบจะสร้างบาดแผลครั้งใหญ่ แต่ชายคนดังกล่าวยืนยันว่า ความรักที่มีต่อลูกไม่เคยเปลี่ยนแปลง พร้อมเดินหน้าฟ้องร้องอดีตภรรยา กระทั่งศาลแขวงโอซากามีคำสั่งให้ฝ่ายหญิงจ่ายค่าเสียหาย 3.3 ล้านเยน หรือประมาณ 680,000 บาท
พ่อญี่ปุ่นเลี้ยงลูก 3 คนลำพัง หลังอดีตภรรยาเลือกชีวิตใหม่
รายงานของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นญี่ปุ่นเปิดเผยเรื่องราวของชายซึ่งใช้นามสมมติว่า “สึโตมุ” ปัจจุบันมีอายุอยู่ในช่วง 40 กว่าปี เขาหย่าขาดจากอดีตภรรยาเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน หลังพบว่าเธอมีความสัมพันธ์กับชายอื่น
หลังการแยกทาง อดีตภรรยาไม่ได้รับลูกทั้ง 3 คนไปดูแล สึโตมุจึงกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวอย่างกะทันหัน และต้องรับผิดชอบทั้งการทำงาน ค่าใช้จ่าย และการดูแลชีวิตประจำวันของลูกด้วยตัวเอง
สึโตมุเล่าว่า ในช่วงเวลานั้นเขาเคยทำงานอยู่ต่างเมือง การต้องรับลูกจากโอซากาไปดูแลที่โตเกียวจึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อลูกแต่ละคนยังอยู่ในวัยที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับไป เขาเชื่อว่าการรับลูกมาอยู่ด้วยเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด

ตรวจ DNA หลังพบข้อสงสัย ก่อนรู้ลูกคนเล็กไม่ใช่สายเลือดตัวเอง
หลังดูแลลูกทั้งสามคนต่อมาอีกประมาณ 2 ปีครึ่ง สึโตมุตัดสินใจพาลูกคนเล็กไปตรวจ DNA เนื่องจากพบข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสายเลือด
ผลตรวจระบุว่าเขาไม่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมกับเด็กคนดังกล่าว เมื่อสึโตมุนำเรื่องนี้ไปสอบถามอดีตภรรยา ฝ่ายหญิงจึงยอมรับว่าเด็กเกิดจากความสัมพันธ์กับชายอีกคนระหว่างที่ทั้งคู่ยังใช้ชีวิตสมรสกัน
ความจริงดังกล่าวสร้างความเจ็บปวดให้สึโตมุอย่างหนัก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเข้าใจมาโดยตลอดว่าเด็กคือลูกแท้ ๆ ของตัวเอง แต่ในอีกด้านหนึ่ง เด็กก็เติบโตมากับเขาและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมาหลายปีแล้ว

แม้ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ พ่อยืนยันเลี้ยงต่อและรักเหมือนเดิม
หนึ่งในคำถามที่เกิดขึ้นหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ คือสึโตมุจะยังดูแลลูกคนเล็กต่อไปหรือไม่ เมื่อผลตรวจ DNA ยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด
สึโตมุยืนยันอย่างชัดเจนว่า เขายังคงรักและมองเด็กคนนี้เป็นลูกเหมือนเดิม ความจริงจากผลตรวจไม่ได้ทำให้ความผูกพันที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีหายไป และเขาจะยังคงทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด
ท่าทีดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตญี่ปุ่นจำนวนมากส่งกำลังใจให้เขา โดยมองว่าความเป็นพ่อไม่ได้ถูกกำหนดจากสายเลือดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความรัก ความรับผิดชอบ และการอยู่เคียงข้างลูกในทุกช่วงเวลาของชีวิต

อดีตสามีเผยข้อความวันที่ภรรยาฝากลูกไว้ให้เลี้ยง
หลังคดีได้รับความสนใจ สึโตมุเปิดบัญชี X ชื่อ @takuran_nikki เพื่อเล่าประสบการณ์ของตัวเอง เขาอ้างว่าในวันที่แยกทาง อดีตภรรยาเคยส่งข้อความให้ไปรับลูก ๆ จากโอซากาไปอยู่ด้วย เพราะชายคนใหม่ของเธอไม่ต้องการให้เด็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์
สึโตมุระบุด้วยว่า ชายคนใหม่ที่อดีตภรรยาเลือกไปอยู่ด้วยไม่ใช่บุคคลเดียวกับพ่อทางสายเลือดของลูกคนเล็ก ทำให้เรื่องราวความสัมพันธ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น อย่างไรก็ตาม รายละเอียดส่วนนี้เป็นคำบอกเล่าจากฝ่ายอดีตสามีผ่านสื่อสังคมออนไลน์
เขายังกล่าวอ้างว่า ตลอดระยะเวลาที่ตนเป็นผู้ดูแลลูก อดีตภรรยาไม่เคยร่วมจ่ายค่าเลี้ยงดู ก่อนจะกลับมาขอคืนดีในภายหลัง โดยให้เหตุผลว่าการกลับมาอยู่ร่วมกันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก ๆ
ปมครอบครัวกระทบลูก หลังความจริงเรื่องสายเลือดถูกเปิดเผย
สึโตมุเปิดเผยอีกว่า ความขัดแย้งไม่ได้จบลงหลังผลตรวจ DNA ออกมา เพราะอดีตภรรยาเคยนำเรื่องสายเลือดของลูกคนเล็กไปบอกกับลูกสองคนแรก รวมถึงเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของเขาผ่านสื่อสังคมออนไลน์
เขาอ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างผลกระทบทางความรู้สึกต่อเด็ก ๆ และทำให้ลูกคนโตต้องออกมาขอให้อดีตภรรยาหยุดกล่าวถึงพ่อในทางเสียหาย
ประเด็นที่ได้รับความเห็นใจมากที่สุดจึงไม่ได้มีเพียงความเจ็บปวดของอดีตสามี แต่ยังรวมถึงสภาพจิตใจของเด็กทั้งสามคน ซึ่งต้องเผชิญความขัดแย้งของผู้ใหญ่และความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสายเลือดภายในครอบครัว
ศาลโอซากาสั่งอดีตภรรยาจ่ายค่าเสียหาย 3.3 ล้านเยน
หลังทราบความจริง สึโตมุตัดสินใจดำเนินคดีต่ออดีตภรรยา โดยเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 16.5 ล้านเยน หรือประมาณ 3.4 ล้านบาท จากการนอกใจและปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสายเลือดของเด็ก
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ศาลแขวงโอซากามีคำตัดสินให้อดีตภรรยาจ่ายเงินแก่สึโตมุจำนวน 3.3 ล้านเยน หรือประมาณ 680,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าจำนวนที่เขาเรียกร้องไว้
เงินจำนวนดังกล่าวควรเรียกว่า “ค่าเสียหาย” ตามคำตัดสินของศาล มากกว่าค่าเลี้ยงดูบุตรโดยตรง เนื่องจากคดีเกี่ยวข้องกับการนอกใจและการปกปิดความจริงเรื่องสายเลือด ส่วนภาระค่าเลี้ยงดูที่สึโตมุกล่าวถึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งในข้อพิพาทระหว่างอดีตคู่สมรส
พ่อญี่ปุ่นตัดสินใจไม่อุทธรณ์ แม้ค่าเสียหายต่ำกว่าที่เรียกร้อง
ในช่วงแรก สึโตมุระบุว่าเขากำลังพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ หลังได้รับความคิดเห็นจากผู้คนจำนวนมากที่มองว่าค่าเสียหาย 3.3 ล้านเยนอาจไม่สอดคล้องกับผลกระทบที่เขาและลูกต้องเผชิญ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เขาเผยแพร่ในเวลาต่อมาระบุว่า สุดท้ายแล้วเขาตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์ โดยต้องการยุติกระบวนการทางกฎหมายและเดินหน้าดูแลครอบครัวต่อไป
บทสรุปคดีพ่อเลี้ยงลูก 3 คน ก่อนรู้ผลตรวจ DNA
เรื่องราวของสึโตมุได้รับความสนใจ ไม่ใช่เพียงเพราะความซับซ้อนของความสัมพันธ์หรือผลตรวจ DNA แต่เป็นเพราะการตัดสินใจของชายคนหนึ่งที่ยังยืนยันจะทำหน้าที่พ่อ แม้รู้ว่าเด็กคนเล็กไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับเขา
ขณะเดียวกัน คดียังสะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างคู่สมรสสามารถส่งผลกระทบไปถึงเด็กได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลส่วนตัวและเรื่องสายเลือดถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ควรได้รับความสำคัญมากที่สุดคือความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และสภาพจิตใจของเด็กทั้งสามคน

4 hours ago
2
_0large.jpg)




English (US) ·