ผักราคาถูกๆ แต่ถูกยกเป็น "ยานอนหลับธรรมชาติ" อุดมแคลเซียม-ธาตุเหล็ก!

8 hours ago 1
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

"ตังโอ๋" ผักราคาถูกๆ แต่คุณค่าไม่ธรรมดา ถูกยกให้เป็นยานอนหลับธรรมชาติ อุดมแคลเซียม-ธาตุเหล็ก

ไม่น่าเชื่อว่าผักพื้นบ้านราคาสบายกระเป๋าที่คุ้นเคยในครัวไทยและเอเชีย จะอัดแน่นไปด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งแคลเซียม ธาตุเหล็ก ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ จนถูกยกให้เป็นผักที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

หลายคนอาจคุ้นเคยกับ ผักเบญจมาศ หรือที่บางพื้นที่เรียกว่า ผักกวางตุ้งญี่ปุ่น ผักตังโอ๋ หรือผักคัดเค้า ซึ่งเป็นผักที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมนำมาประกอบอาหารหลากหลายเมนู ทั้งแกงจืด ผัด หรือใส่ในหม้อไฟ

แม้จะเป็นผักธรรมดาที่หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญ ทั้งกรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน ใยอาหาร โคลีน และสารต้านอนุมูลอิสระ

โดยเฉพาะ ธาตุเหล็กและแคลเซียม ที่พบในปริมาณน่าสนใจ โดยผักจิงจูฉ่าย 100 กรัม มีธาตุเหล็กประมาณ 1.2 มิลลิกรัม และมีแคลเซียมประมาณ 63 มิลลิกรัม

ด้วยเหตุนี้ ผักชนิดนี้จึงมักถูกกล่าวถึงในฐานะ “ราชาแห่งธาตุเหล็กในโลกพืช” และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มสารอาหารจากผักในชีวิตประจำวัน

1. ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร

ผักจิงจูฉ่ายมีสารประกอบที่ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย ทำให้เจริญอาหารมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เพิ่มการขับถ่าย และช่วยลดปัญหาท้องผูก โดยสารประกอบจากพืชบางชนิด เช่น Alpha-pinene และ Benzaldehyde ยังมีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร

2. ช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด นอนหลับง่ายขึ้น

ผักจิงจูฉ่ายถูกเรียกว่าเป็น “ยากล่อมประสาทจากธรรมชาติ” เนื่องจากมีวิตามิน กรดอะมิโน และสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการดูแลระบบประสาท

การรับประทานผักชนิดนี้เป็นประจำอาจช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ นอกจากนี้ในตำรับอาหารพื้นบ้านบางแห่งยังใช้ผักจิงจูฉ่ายเป็นส่วนประกอบเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะ

3. ดีต่อระบบทางเดินหายใจ

แม้จะเป็นผักราคาถูก แต่ผักจิงจูฉ่ายกลับมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะวิตามินเอและสารต้านอนุมูลอิสระ

สารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ และช่วยดูแลสุขภาพปอด โดยในภูมิปัญญาพื้นบ้านยังมีการนำผักชนิดนี้มาใช้ในอาหารสำหรับผู้ที่มีอาการไอหรือมีเสมหะ

4. บำรุงกระดูกและป้องกันภาวะขาดสารอาหาร

ผักจิงจูฉ่ายเป็นแหล่งของแร่ธาตุสำคัญ โดยเฉพาะ แคลเซียมและธาตุเหล็ก ซึ่งมีบทบาทต่อการสร้างกระดูกและการสร้างเม็ดเลือด

การได้รับแคลเซียมเพียงพอช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก ขณะที่ธาตุเหล็กมีส่วนช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็ก

5. ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด

ในศาสตร์อาหารพื้นบ้าน ผักจิงจูฉ่ายมักถูกเรียกว่า “ผักบำรุงหัวใจ” เนื่องจากมีสารอาหารหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบไหลเวียนโลหิต

ผักชนิดนี้มีโพแทสเซียม ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลระดับไขมันในเลือด และช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจ

นอกจากนี้ยังมีโฟเลตและแร่ธาตุบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างเลือด รวมถึงช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกายโดยรวม

6. ช่วยลดอาการบวมและขับปัสสาวะ

ผักจิงจูฉ่ายมีสารอาหารหลายชนิด เช่น กรดอะมิโน โปรตีน โพแทสเซียม และโซเดียมในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย

จึงมีการนำผักชนิดนี้มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ช่วยลดอาการบวมน้ำ และสนับสนุนการทำงานของระบบขับถ่าย

7. ประโยชน์ด้านความงาม ช่วยดูแลผิว ผม และเล็บ

นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว ผักจิงจูฉ่ายยังเป็นผักที่เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจเรื่องความงาม เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยสนับสนุนการสร้างเซลล์ผิวใหม่

สารอาหารในผักชนิดนี้อาจช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น พร้อมทั้งมีส่วนช่วยดูแลเส้นผมและเล็บ เนื่องจากมีแร่ธาตุอย่างธาตุเหล็กและแคลเซียม

ด้วยปริมาณแคลอรีต่ำและมีใยอาหารสูง ผักจิงจูฉ่ายยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะช่วยให้อิ่มนานและช่วยสนับสนุนระบบเผาผลาญ

ข้อควรระวังในการรับประทานผักจิงจูฉ่าย

แม้ว่าผักจิงจูฉ่ายจะมีประโยชน์มาก แต่ไม่ควรรับประทานมากเกินไป ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 100-150 กรัมต่อครั้ง และไม่ควรเกิน 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

การปรุงอาหารไม่ควรต้มจนสุกเกินไป เพราะความร้อนที่มากเกินไปอาจทำให้สารอาหารบางชนิดลดลง และควรหลีกเลี่ยงการขยี้หรือบีบผักแรง ๆ ระหว่างล้าง เพราะอาจทำให้สูญเสียคุณค่าทางอาหาร

ผู้ที่มีอาการท้องเสีย หรือมีภาวะความดันโลหิตต่ำ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานในปริมาณมาก

อย่างไรก็ตาม ผักจิงจูฉ่ายยังคงเป็นอีกหนึ่งผักพื้นบ้านที่น่าสนใจ เพราะหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง และสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย พร้อมเพิ่มสารอาหารดี ๆ ให้กับมื้ออาหารในแต่ละวัน

 

 

Read Entire Article