ดื่มน้ำผึ้ง วันละ 2,000 ซีซี หวังยืดเวลาฟอกไต 3 เดือนต่อมา หมอเผยผลตรวจถึงกับช็อก

12 hours ago 3
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

หมอเผยเคสสุดช็อก ดื่มน้ำผึ้ง วันละ 2,000 ซีซี หวังยืดเวลาฟอกไต สุดท้ายไตพังพินาศต้องฟอกไตทันที

ผู้ป่วยโรคไตหลายคนมีความเชื่อว่าการ ดื่มน้ำผึ้ง โดยเฉพาะน้ำผึ้งป่าเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและช่วยบำรุงไตได้ แต่ล่าสุด นพ.หงหย่งเสียง อายุรแพทย์โรคไต จากไต้หวัน ได้เปิดเผยเคสผู้ป่วยรายหนึ่งที่เดิมทีควบคุมอาการโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 ได้เป็นอย่างดี แต่กลับต้องเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อฟอกไตอย่างเร่งด่วน เนื่องจากหลงเชื่อข่าวลือและหันมาดื่มน้ำผึ้งป่าวันละ 2,000 ซีซี จนทำให้ระดับน้ำตาลและกรดยูริกในเลือดพุ่งสูงเกินควบคุม

หลงเชื่อข่าวลือ ดื่มน้ำผึ้ง วันละ 2,000 ซีซี หวังยืดเวลาฟอกไต

คนไข้รายนี้เป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 จากภาวะเบาหวานลงไต ซึ่งปกติควบคุมระดับน้ำตาล ยูริก และไขมันในเลือดได้ดีมาก แพทย์เผยว่าโดยทั่วไปผู้ป่วยระยะนี้จะมีเวลาประมาณ 5 ปีก่อนจะต้องฟอกไต แต่หากดูแลตัวเองดีๆ ก็จะยืดเวลาได้นานกว่านั้น ทว่าในการตรวจติดตามอาการรอบ 3 เดือนล่าสุด พบว่าการทำงานของไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วจากระยะที่ 4 ร่วงลงสู่ระยะที่ 5 ทันที

เมื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดพบว่า ค่ากรดยูริกพุ่งจาก 7.0 เป็น 9.0 mg/dL และน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงเกิน 9.0% ซึ่งเป็นตัวเลขที่อันตรายมาก หลังจากแพทย์ซักประวัติอย่างหนัก ผู้ป่วยจึงยอมรับว่ากลัวจะต้องฟอกไต จึงหลงเชื่อข่าวลือในกลุ่มผู้ป่วยและ ดื่มน้ำผึ้ง ป่าผสมน้ำวันละ 2,000 ซีซี ทุกวันติดต่อกัน

แพทย์เตือน อย่ามองน้ำผึ้งเป็นยาเทวดา น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวทำลายไต

นพ.หงหย่งเสียง ระบุว่า คนส่วนใหญ่รู้ว่าน้ำตาลขัดสีหรือน้ำตาลฟรุกโตสส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่กลับคิดว่าน้ำผึ้งมาจากธรรมชาติจึงดื่มได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด การที่ดื่มน้ำผึ้งแล้วรู้สึกสดชื่นทันที เป็นเพราะน้ำผึ้งคือสารอาหารประเภทน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่ร่างกายดูดซึมและเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับการดื่มผสมน้ำในปริมาณมาก จึงทำให้เกิดความรู้สึกไปเองว่าร่างกายมีกำลังและสุขภาพดีขึ้น

ในน้ำผึ้งประกอบด้วยกลูโคสและฟรุกโตส ซึ่งน้ำตาลฟรุกโตสเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในที่สุด การที่ผู้ป่วยรายนี้ดื่มน้ำผึ้งปริมาณมหาศาลทุกวัน ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น น้ำตาลและยูริกในเลือดพุ่งสูง จนทำลายการทำงานของไตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดให้หมดไป ในวันที่มาพบแพทย์ผู้ป่วยมีอาการป่วยขั้นรุนแรงจนต้องส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินและทำการฟอกไตทันทีในวันนั้น

iStockphoto

3 หลักการกินเพื่อชะลอไตเสื่อม แทนการพึ่งยาหม้อหรือน้ำผึ้ง

กองส่งเสริมสุขภาพ ของไต้หวัน ได้ให้คำแนะนำตามคู่มือการจัดการสุขภาพผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เกี่ยวกับหลักการกินอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะท้ายไว้ 3 ข้อหลักดังนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการทรุดลงของอาการจากการกินผิดวิธี:

  • กินโปรตีนต่ำอย่างเคร่งครัด: ควรจำกัดโปรตีนให้อยู่ที่ 0.6–0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยเลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
  • หลีกเลี่ยงอาหารฟอสฟอรัสสูง: งดอาหารแปรรูป เครื่องในสัตว์ น้ำอัดลม และผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึงหลีกเลี่ยงน้ำซุปจากการเคี่ยวอาหารและซอสปรุงรสที่มีรสจัดหรือโซเดียมสูง
  • ระวังภาวะโพแทสเซียมสูง: หลีกเลี่ยงผลไม้โพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย มะเขือเทศ มะเฟือง และแก้วมังกร สำหรับผักควรนำไปลวกน้ำร้อนก่อนนำไปปรุงอาหารด้วยน้ำมัน และงดการกินผักสดรวมถึงน้ำต้มผัก

สุดท้ายนี้ แพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขเน้นย้ำว่า วิธีการบำรุงไตที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดคือการ "ดื่มน้ำสะอาด" ในปริมาณที่เหมาะสม และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาหารการกิน ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้หรือนักกำหนดอาหารโดยตรง แทนการหลงเชื่อสูตรน้ำสมุนไพรหรือการ ดื่มน้ำผึ้ง ตามความเชื่อที่แชร์ต่อๆ กันมา

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday

Read Entire Article