NVIDIA ดัดแปลงชิป RTX Spark โดยใช้พื้นฐานซีพียู Cortex-X925 แบบเดียวกับ vivo X300 Pro

12 hours ago 6
❤️ ARTICLE AD BOX ❤️

ผลการวิเคราะห์ชิป RTX Spark เผยให้เห็นว่าการพัฒนาร่วมกันระหว่าง NVIDIA กับ MediaTek ได้ดัดแปลงซีพียู Cortex-X925 จากพื้นฐานชิปมือถือ Dimensity 9400 มาใช้ ร่วมกับ Power Rail Design บนชิปเรือธง Dimensity 9500 เพื่อให้รองรับ Workload บน PC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

NVIDIA RTX Spark ใช้พื้นฐานและโครงสร้างภายในบางส่วนแบบเดียวกับ Dimensity 9400 หรือ Dimensity 9500

อ้างอิงข้อมูลจาก Geekerwan (ผ่านทาง WCCFTECH) ระบุว่าชิป NVIDIA RTX Spark ซึ่งมีซีพียูจำนวน 20 คอร์ ใช้พื้นฐานมาจาก Cortex-X925 ของชิปมือถือ MediaTek Dimensity ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2024 และอีกไม่กี่เดือนก็จะมีอายุครบ 2 ปีแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น NIVIDIA กับ MediaTek ก็ได้ปรับแต่งโครงสร้างภายในเพิ่มเติม แทนที่จะใช้ของเดิมจากชิปมือถือเลยทันที เพราะถ้าใช้พื้นฐานจากชิป Dimensity 9400 แบบทั้งดุ้น RTX Spark ก็น่าจะมีประสิทธิภาพสู้ชิป SoC ในตลาดของเจ้าอื่น ๆ ไม่ได้

โดยการปรับแต่งคอร์ของทาง NVIDIA กับ MediaTek ก็คือการนำโครงสร้าง Power Rail แบบเดียวกับ C1-Ultra รุ่นล่าสุดอย่าง Dimensity 9500 มาใช้บนชิป RTX Spark เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานระยะยาวและรองรับ Workload ระดับ PC ได้ดียิ่งขึ้น

Geekerwan คาดการณ์ว่าการดึงคุณสมบัติ Dimensity 9400 และ Dimensity 9500 มารวมไว้ด้วยกันในชิปพีซีตัวเดียว จะช่วยให้ความเร็วของ CPU มีความเสถียรอย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบกระจายพลังงาน (power distribution) และอัลกอริทึม Scheduling Algorithm สำหรับงาน Multi-Core Workload โดยไม่ลดความเร็วลงเลย

เร็วแรงได้อย่างต่อเนื่อง แต่จำเป็นต้องมีระบบระบายความร้อนที่เพียงพอ

WCCFTECH แสดงความเห็นว่า ข้อได้เปรียบของ RTX Spark ที่ถูกปรับแต่งในรูปแบบดังกล่าวก็คือ “ทำงานได้ด้วยความแรงสูงเป็นระยะเวลานานโดยไม่ติดปัญหา Thermal Limit” ซึ่งโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปรุ่นดังกล่าวอย่าง Microsoft Surface Laptop Ultra ก็มี TDP สูงถึง 110W แต่สามารถจัดการความร้อนได้แบบไม่มีปัญหาเพราะมีระบบระบายความร้อนที่เพียงพอ

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ 100% ว่าผู้ผลิตโน้ตบุ๊กรายอื่น ๆ ที่ใช้ชิป RTX Spark จะสามารถดันความเร็ว CPU Cortex-X925 ให้สูงไปยิ่งกว่านี้ได้หรือเปล่า อาจต้องรอผลทดสอบ Benchmark ออกมายืนยันเพิ่มเติมค่ะ

ที่มา: WCCFTECH

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Read Entire Article